เกี่ยวกับพวกเรา
พระมหาภาสกรณ์ ปิโยภาโส ป.ธ.๙ พธ.บ. (มจร.) ศศ.ม.(มหิดล) เกิดเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๗ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ ๑๓ ปี หลังจบการศึกษาชั้นประถมศึกษา เจ็ดปีต่อมา (พ.ศ.๒๕๓๘) ได้รับการอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพฯ
ขณะเป็นสามเณร ได้ศึกษาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ภาษาบาลี และพระอภิธรรม พร้อมทั้งได้รับการฝึกฝนในการปฏิบัติกรรมฐานแบบดั้งเดิม จนกระทั่งย้ายเข้ามาอยู่ที่กรุงเทพฯ และได้เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย สำเร็จเป็นพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาภาษาอังกฤษ เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ในปีพ.ศ. ๒๕๔๒ ในปีเดียวกันนั้น ท่านสำเร็จเปรียญธรรมเก้าประโยค (ป.ธ.๙) ซึ่งถือว่าเป็นการศึกษาชั้นสูงสุดของคณะสงฆ์ไทย และได้เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโท สาขาจริยศาสตร์ศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล สำเร็จการศึกษาในปีพ.ศ. ๒๕๔๗
ในปีพ.ศ. ๒๕๔๓ ท่านได้เข้าไปช่วยงานที่ศูนย์พุทธวิปัสสนานานาชาติ (IBMC) มจร. กรุงเทพฯ โดยทำหน้าที่เป็นวิทยากรและวิปัสสนาจารย์ ได้จัดอบรมวิปัสสนากรรมฐานทั้งแก่ชาวไทยและชาวต่างชาติหลายครั้ง ที่คณะ ๕ วัดมหาธาตุฯ ท่านให้คำแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน บรรยายธรรมพร้อมทั้งชี้แนะแนวทางการปฏิบัติแก่โยคีผู้ปฏิบัติชั้นสูง นอกจากนี้แล้ว ท่านทำหน้าที่บรรยายธรรมและนำปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานประจำพระอุโบสถ วัดมหาธาตุฯ กรุงเทพฯ
ตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๕๔๔ ถึง เดือนกรกฎาคม ๒๕๔๙ ท่านได้ทำงานที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในตำแหน่ง เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป และต่อมาได้รับการบรรจุเป็นอาจารย์ประจำ ภาควิชาศาสนาและปรัชญา คณะพุทธศาสตร์ (ปัจจุบัน ยังคงดำรงตำแหน่งอาจารย์ประจำ ขณะลาศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก ณ สหราชอาณาจักร)
ในหลาย ๆ โอกาส ในฐานะเป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และอธิการบดี ท่านได้รับมอบหมายให้ไปร่วมการประชุมนานาชาติทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้แล้ว หลายครั้งท่านได้รับนิมนต์ให้ไปบรรยายธรรมต่างประเทศ เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา กรรมฐานแนวพุทธ ศีลธรรม และพุทธปรัชญา
ปัจจุบัน ท่านพำนักอยู่ที่เมืองบริสทอล (ภายใต้การอุปถัมภ์ของเจ้าอาวาสวัดพุทธวิหาร เบอร์มิงแฮม ดูข้างล่าง) โดยมีความตั้งใจที่จะทำหน้าที่ในฐานะเป็นพระธรรมทูตในประเทศอังกฤษ และศึกษาวิชาการทางพระพุทธศาสนาในระดับสูงขึ้นไป ณ มหาวิทยาลัยบริสทอล
พระครูปัญญาสุธรรมวิเทศ หรือ ดร พระมหาเหลา ปญฺญาสิริ พธ.บ (มจร.) MA (ลอนดอน), PhD (เบอร์มิงแฮม) เกิดเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๓ และได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ ๑๔ ปี
ท่านสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในปี พ.ศ. ๒๕๓๐ ก่อนเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นพระธรรมทูต ณ วัดพุทธปทีป วิมเบอร์ดัน กรุงลอนดอน ขณะทำหน้าที่ในฐานะเป็นพระธรรมทูต ท่านได้ศึกษาและทำงานการกุศลทั้งในประเทศสหราชอาณาจักรและประเทศไทย ท่านได้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิแองโกล-ไทย เมื่อปีพ.ศ. ๒๕๓๓ เพื่อหาทุนสนับสนุนการศึกษาแก่เด็กยากจนในประเทศไทย ปัจจุบันมูลนิธินี้ยังคงดำเนินการและประสบความสำเร็จอย่างดี ในปีพ.ศ. ๒๕๓๖ ท่านได้เข้าศึกษาที่สถาบันบูรพะและอาฟริกันศึกษา มหาวิทยาลัยลอนดอน สำเร็จการศึกษาชั้นปริญญาโท ในปีพ.ศ. ๒๕๓๘
เดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ ท่านได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดพุทธวิหาร แอสตัน เมืองเบอร์มิงแฮม และเริ่มสอนพระพุทธศาสนา การสวดมนต์ และการทำสมาธิแบบพุทธ
ในปี พ.ศ. ๒๕๔๑ ท่านเริ่มเรียนในระดับปริญญาเอกโดยการทำวิจัย ที่มหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นศาสนจารย์ประจำทั้งที่มหาวิทยาลัย และในปีต่อมา ที่โรงพยาบาล ควีน อลิซาเบธ เมืองเบอร์มิ่งแฮม ในปีพ.ศ. ๒๕๔๘ ท่านเป็นพระสงฆ์ไทยรูปแรกที่ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิต (PhD) จากมหาวิทยาลัยในอังกฤษ ท่านทำวิทยานิพนธ์เรื่อง “The British Practice of Theravada Buddhism” การปฏิบัติทางพระพุทธศาสนาแบบเถรวาทของชาวอังกฤษ
ในปี พ.ศ. ๒๕๔๘ ท่านได้นำคณะผู้สวดมนต์ชาวอังกฤษไปสวดมนต์ที่ประเทศไทย เพื่อเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมคุณค่าของการปฏิบัติของชาวพุทธในประเทศตะวันตก
ปัจจุบัน ท่านยังดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหราชอาณาจักร (CTBMUK) และเป็นเจ้าอาวาสวัดพุทธวิหาร คิงส์บรอมลี่ เขตมิดแลนด